เที่ยว fukuoka

เที่ยว fukuoka พูดถึงที่เที่ยวในญี่ปุ่น จังหวัดฟุกุโอกะก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเช่นกัน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชูในญี่ปุ่น เราสามารถเริ่มเดินทางจากสนามบิน Fukuoka ได้เลย เนื่องจากสนามบินที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 5 นาทีเท่านั้น ลงจากเครื่องก็นั่งรถไฟเข้าเมืองได้เลย มันเย็นมาก แถมในฟุกุโอกะการเดินทางก็สะดวกสบายทั้งรถบัสและรถไฟที่ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดเลย เดินทางสะดวก. 15 ที่เที่ยวฟุกุโอกะ 2023 เปิดใหม่หมดจด เมืองนี้มีที่เที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง? มาดูกัน

จากประเทศไทยมีสายการบินที่บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปฟุกุโอกะ เช่น AirAsia, Thai Airways, Vietjet Air, Thai Lion Air เป็นต้น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
ผู้ที่ไปเมืองอื่นก่อนก็สามารถนั่งเครื่องบินหรือรถไฟชินคันเซ็นได้เช่นกัน

เวลาเดินทางโดยเครื่องบิน

  • จากโตเกียว 2 ชั่วโมง 15 นาที
  • จากนาโกย่า 1 ชั่วโมง 25 นาที
  • จากโอซาก้า 1 ชั่วโมง 15 นาที

สำหรับชินคันเซ็นจากโตเกียวจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงไปลงที่สถานีฮากาตะหรือลงที่โคคุระก็ได้ ไม่แนะนำให้ใครก็ตามที่มาจากเมืองที่ไกลกว่าโตเกียวเดินทางไปฟุกุโอกะด้วยรถไฟ เพราะค่อนข้างใช้เวลานาน

เที่ยว fukuoka ช่วงไหนดี ?

เที่ยว fukuoka

ฤดูหนาว: ธันวาคม – กุมภาพันธ์

สำหรับช่วงนี้ อากาศหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 0 – 6 องศา ไม่ติดลบ ใครอยากเห็นหิมะก็ต้องตื่นเต้นนิดนึง หากใครอยากสัมผัสหิมะหรือเล่นสกี อาจจะต้องออกจากเมืองบนภูเขาหรือไปจังหวัดทางตอนเหนือของคิวชูแทน

ฤดูใบไม้ผลิ: ปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนพฤษภาคม

ตอนนี้กำลังเย็นสบายไม่หนาวเกินไป เหมาะแก่การท่องเที่ยว อุณหภูมิเฉลี่ย 10 – 20 องศา ดอกซากุระจะบานช่วงปลายเดือนมีนาคม และดอกวิสทีเรียในช่วงปลายเดือนเมษายน การชมดอกไม้ ถือเป็นไฮไลท์ของช่วงเวลานี้ สายมุงมิง ใครชอบถ่ายรูปกับดอกไม้ต้องมาช่วงนี้

ฤดูร้อน: มิถุนายน – สิงหาคม

อากาศช่วงนี้ร้อนชื้น มีฝนตกมากที่สุดในรอบปี อุณหภูมิส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 25-32 องศา และกลางวันจะยาวนานกว่ากลางคืนเช่นกัน หากใครไม่อยากเจอฝนควรหลีกเลี่ยงช่วงนี้

ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง: กันยายน – พฤศจิกายน

ความหนาวเย็นของใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิเฉลี่ย 13 – 23 องศา ตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็ค่อยๆเปลี่ยนสีไป จุดสูงสุดคือจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน ฉันรู้แล้วว่าตอนนี้ฉันจองตั๋วแล้ว โรแมนติกไม่แพ้ที่ไหนเช่นกัน มารู้จักฟุกุโอกะกันคร่าวๆ กันเถอะ แล้วมาดูสถานที่ท่องเที่ยวฟุกุโอกะในปี 2023 กันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

1. TeamLab Forest

พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์คืองานศิลปะที่เรียกว่า Forest of Gathering และ Forest of Movement นี่คือศิลปะแบบโต้ตอบที่เราสามารถโต้ตอบกับงานศิลปะแต่ละชิ้นได้ เช่น ศิลปะแห่งป่าแห่งการรวบรวม เขามีแนวคิดว่าจับ สังเกต ปล่อย คือเราต้องจับสัตว์ต่างๆ ที่พบในงาน ด้วยแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เมื่อเราจับได้จะแสดงข้อมูลของสัตว์ตัวนั้นออกมาเป็นงานศิลปะ ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เหล่านั้นไปด้วย เป็นการเที่ยว Fukuoka 2023 ที่ทั้งสวยงาม เป็นเรื่องใหม่และได้ความรู้ในเวลาเดียวกัน น่าสนใจมาก

ค่าเข้าชม : 2,200 JPY (ผู้ใหญ่) / 800 JPY (เด็ก)
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 11:00-20:00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00-20:00 น.
วิธีการเดินทาง: ลงที่สถานี Tojinmachi แล้วเดินต่ออีก 13 นาที

2. LaLaport Fukuoka

ห้างเปิดใหม่พร้อม RX-93ffν Gundam ขนาดเท่าจริง! สาวกกันดั้มที่มีแผนจะไปเที่ยวฟุกุโอกะห้ามพลาด นอกจากนี้ยังมี KidZania Fukuoka ให้เด็กๆ ได้ทดลองเข้าสังคมหรือลองทำงานต่างๆ ที่สำคัญเขายังจะทำให้ที่นี่เป็นแหล่งปลูกต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย และยังมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น สนามฟุตบอล ฟาร์ม โซนบาร์บีคิว เป็นต้น ใครที่เป็นแฟนกันดั้มก็จองบัตรกันได้เลย

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ไม่มี
เปิดทำการ : 09.00 – 21.00 น
วิธีการเดินทาง: ลงที่สถานี JR Takeshita แล้วเดินต่อประมาณ 9 นาที

3. THE OUTLETS KITAKYUSHU

พาฉันไปเอาท์เล็ทใหม่ในฟุกุโอกะอีกครั้ง ใครวางแผนหาที่เที่ยวฟุกุโอกะ การเดินทางไม่ลำบาก ก็แวะมานั่งชิลล์ได้ แต่ห้างนี้ เรียกได้ว่า The 2023 Fukuoka travel destination ที่ครบเครื่องจริงๆ นอกจากจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่รวบรวมสินค้าจากแบรนด์ดังแล้ว ยังมีร้านอาหารขึ้นชื่อของฟุกุโอกะและสินค้าขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจากโซนช้อปปิ้งแล้วยังมีโซนพักผ่อนแบบชิลล์ๆ ให้นั่งเล่น สระน้ำเล็กๆ โซนสนามกีฬา ลานสเก็ตบอร์ด ปีนหน้าผา ฯลฯ

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ไม่มี
เปิดทำการ : 10.00 – 20.00 น
วิธีการเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานี Space World แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

4. Hakata Old Town

เที่ยวห้างเยอะๆแล้วเปลี่ยนไปเที่ยวเมืองเก่าบ้างดีกว่ามีเมืองเก่าฮากาตะ เป็นพื้นที่ที่อนุรักษ์บ้านโบราณและวัดเก่าแก่หลายแห่ง วัดที่มีชื่อเสียงของฮากาตะ เช่น วัดโทโชจิ สามารถแวะสวดมนต์ได้ เมืองนี้ให้ความรู้สึกเย็นสบาย มาเดินเล่นชมเมืองโบราณกัน มีมุมให้ถ่ายรูปมากมายเช่นกัน เตรียมชุดให้เข้ากับเมืองโบราณแบบนี้

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ไม่มี
เวลาเปิด-ปิด: 09.00 – 16.30 น. ( วัดโทโชจิ )
วิธีการเดินทาง: ลงที่สถานี Gion วัด Tochoji อยู่ตรงข้ามสถานี และเดินชมเมืองเก่า

5. Dazaifu

เยี่ยมชมเมืองเก่าดาไซฟุซึ่งเป็นศูนย์กลางของคิวชูมากว่า 500 ปี และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง ไฮไลท์คือศาลเจ้าดะไซฟุ อายุกว่าพันปี สวยงามตั้งแต่สะพานโค้งทางเข้าข้ามแม่น้ำไปจนถึงอาคารหลักของศาลเจ้า และแน่นอนว่าการออกแบบทั้งหมดยังคงเป็นของดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมี Starbucks สาขา Dazaifu ที่เป็นสาขาที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย

ค่าเข้าชม: ไม่มี (หากเข้าชมพิพิธภัณฑ์ต้องจ่ายเพิ่ม)
เวลาเปิดให้บริการ : 06:00 – 19:00 น
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถไฟสาย Nishitetsu Dazaifu และลงที่สถานี Dazaifu อยู่ริมถนนข้างสถานี

6. Miyajidake Shrine

เห็นภาพครั้งแรกนึกถึงอนิเมะญี่ปุ่นมาก วิวที่นี่ใช่เลย นี่คือศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ เป็นศาลเจ้าชินโต มีศาลเจ้าทั้งหมด 8 แห่ง อาคารหลักตกแต่งด้วยเชือกชิเมนาวะขนาดใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร และไฮไลท์คือทางเข้าที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้สวยที่สุด หากเรายืนหันหลังให้บนสุดของบันไดจะเห็นทางยาวที่เชื่อมกับถนนที่มุ่งสู่ทะเลด้วย เป็นวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมาก ที่เที่ยวฟุกุโอกะ ปี 2023 ห้ามพลาด!

ค่าเข้าชม: ไม่มี (หากเข้าชมพิพิธภัณฑ์ต้องจ่ายเพิ่ม)
เปิดทำการ : 09.00 – 17.00 น
วิธีการเดินทาง: ลงที่สถานี JR Fukuma และขึ้นรถบัส Nishitetsu สาย 5 ไปยังป้าย Miyajidake Miya Mae

7. Sakurai Futamigaura

เที่ยวทะเลกัน อีกหนึ่ง Landmark ของ Fukuoka ที่ไม่ควรพลาด ที่นี่นอกจากทะเลที่สวยงามแล้ว ไฮไลท์คือหินคู่เมโทอิวะ หินสามีภรรยา เป็นหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนที่คนญี่ปุ่นเปรียบเป็นสามีภรรยาที่อยู่ติดกัน ในยามเย็นที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้ากลางโขดหินคู่นี้ เป็นช่วงที่คนรอถ่ายรูปมากที่สุด และยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 วิวพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ป.ล. ว่ากันว่ามาบนบานขอแฟนจากหินก้อนนี้ด้วย ใครโสดลองดูครับ

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ไม่มี
เวลาเปิดทำการ: ไม่มี
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Chikuzenmaebaru ขึ้นรถบัส Nogita Line Showa ที่ป้าย Maebarueki-Kitaguchi ลงที่ป้ายอิมุตะแล้วเดินต่อประมาณ 30 นาที

8. Nakasu Island

เที่ยวจนเหนื่อยก็หาของกินให้หายเหนื่อย โดยเฉพาะ Street Food ที่เป็นแผงลอย (Yatai) บนเกาะ Nakasu เกาะกลางเมือง และบนเกาะนี้ มีของอร่อยมากมาย Japanese Street Food เรียงรายสองข้างทางกว่า 20 ร้าน วิวแม่น้ำข้างทาง ลมเย็นๆ อาหารอร่อย แค่คิดก็ชักอยากไปเที่ยวแล้วสิ มาญี่ปุ่นทั้งทีต้องไม่พลาดสตรีทฟู้ด

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: ไม่มี
เวลาทำการ: ร้านค้าส่วนใหญ่เริ่มเปิดเวลา 17.00 น. และทยอยปิดตอนเที่ยงคืน
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถไฟไปยังสถานี Nakasu Kawabata หรือสถานี Minami Tenjin และเดินประมาณ 10 นาที

9. Fukuoka Tower

ฟุกุโอกะทาวเวอร์ แลนด์มาร์คสำคัญ เป็นจุดชมวิวเมืองฟุกุโอกะที่สวยที่สุด ด้วยความสูง 234 เมตร เป็นอาคารที่สูงที่สุดในคิวชู หอคอยฟุกุโอกะเป็นหอคอยที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้และยังเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในฟุกุโอกะอีกด้วย บอกเลยตอนกลางคืนวิวสวยมาก นอกจากนี้ยังเป็นหอคอยริมทะเลที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วยความสูง 234 เมตร จุดชมวิวมี 3 ชั้น ชั้นแรกสูง 116 เมตร ชั้นสองสูง 120 เมตร ชั้นสามสูง 123 เมตร อ่าวฮากาตะและเกาะใกล้เคียงแบบ 360 องศา รวมถึงเมืองฟุกุโอกะทั้งเมือง

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: 800 เยน
เปิดทำการ : 09.30 – 22.00 น
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถไฟใต้ดินไปยังสถานี Nishijin จากนั้นเดินต่ออีก 20 นาที หรือขึ้นรถบัสสาย 306 จากหน้าสถานี Hakata และลงที่ป้ายหน้า Fukuoka Tower

10. Uminonakamichi Seaside Park

จุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของฟุกุโอกะ มีต้นซากุระกว่า 1,000 ต้น นอกจากต้นซากุระแล้ว เขายังมีทุ่งดอกเนโมฟีลาสีน้ำเงินอีกด้วย ซึ่งจะบานพร้อมๆ กับซากุระ การตัดกันระหว่างสีฟ้ากับสีชมพูนั้นสวยงามจริงๆ แค่เห็นรูปก็อยากไปแล้ว ของจริงต้องสวยน่าดู ใครที่อยากไปชมซากุระญี่ปุ่นสักครั้งที่ฟุกุโอกะก็น่าสนใจไม่น้อย เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวฟุกุโอกะ 2023 ที่สวยงามมาก

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 450 JPY เด็กฟรี
เปิดทำการ : 09.00 – 17.30 น
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ไปลงที่สถานี Uminonakamichi หรือนั่งรถเมล์มาลงที่ป้าย Marine World

11. Ichiran Ramen Tower

คนไทยน่าจะคุ้นเคยกับราเม็งข้อสอบกันดีอยู่แล้ว แต่ไปญี่ปุ่นทั้งทีต้องกินให้ถึงต้นกำเนิด เพราะ ราเม็งข้อสอบมีต้นกำเนิดที่ฟุกุโอกะ สิ่งที่สนุกของร้านราเมนนี้คือคุณต้องสอบเพื่อสั่งอาหาร ก็ติ๊กถูกตามความชอบของเราได้เลย ( อยากกินก็ติ๊กอันนั้น ) แถมร้านยังตกแต่งเหมือนห้องสอบจริงอีกด้วย มีฉากกั้นสำหรับโต๊ะเดียวเพื่อลอกข้อสอบ ฮ่าๆ

ราคาเริ่มต้น: 980 เยน (ต่อชาม)
เวลาเปิดทำการ : เปิด 24 ชม
วิธีการเดินทาง: ลงที่สถานี Nakasukawabata ทางออกหมายเลข 2 และหันหน้าไปทางแม่น้ำ Hakata แล้วเดินข้ามถนนไป จะเห็นตึกราเมนอยู่ขวามือ

12. Nanzoin Temple

วัดนันโซอิน เมืองฟุกุโอกะ ไฮไลท์อยู่ที่พระพุทธรูปสำริดอันดับ 1 ของโลก ใหญ่เท่าเทพีเสรีภาพในอเมริกา ยาว 41 เมตร สูง 11 เมตร หนัก 300 ตัน บุตสึเป็นพระพุทธรูปที่แสดงอิริยาบถของพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จดับขันธปรินิพพาน สามารถเข้าไปกราบไหว้ขอพรได้โดยที่มือของพระพุทธรูปจะผูกด้วยเชือกเพื่อให้คนได้สัมผัสมือของพระพุทธรูปผ่านเชือกนั่นเอง

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : 500 เยน
เปิดทำการ : 09.00 – 17.00 น
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถไฟจากสาย JR Fukukita Yutaka (สาย 8) ไปยังสถานี Kido-Nanzōin-mae และเดินต่ออีก 3 นาที

13. Nyoirinji Temple

วัดเนียวรินจิหรือวัดกบมีชื่อเล่นว่าวัดกบเพราะวัดนี้มีรูปปั้นหินและกบประดับอยู่เต็มไปหมด จุดเริ่มต้นคือนักบวชนำกบหยกกลับมาจากเมืองจีนเพื่ออธิษฐานให้กลับมาโดยสวัสดิภาพ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ของตกแต่งธีมกบก็เพิ่มขึ้นทุกปีจนถึงปัจจุบันถึง 10,000 ชิ้น และที่วัดเขามีกิจกรรมไหว้พระตามฤดูกาลด้วย เช่น ในฤดูร้อนจะมีการตีระฆังเพื่อสวดมนต์ เป็นต้น

ค่าเข้าชม : ฟรี
เปิดทำการ : 06.00 – 17.00 น
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Nishitetsu Tenjin Omuta ไปยังสถานี Mikunigaoka และเดินต่ออีก 15 นาที

14. Kawachi fuji Garden

เป็นอุโมงค์ดอกวิสทีเรียหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าฟูจิ เราจะเดินผ่านซุ้มยาวด้านบนประดับด้วยดอกไม้สดสวยงาม ทางเดินยาวถึง 220 เมตร แถมสีของดอกไม้ก็ต่างกันเพราะวิสทีเรียต่างกัน มีมากกว่า 22 สายพันธุ์ รวมกว่า 150 ต้น แนะนำให้มาช่วงปลายเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม ดอกไม้จะบานประมาณ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น ดังนั้น ควรวางแผนให้ดีก่อนมา

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,700 JPY เด็ก 800 JPY
เปิดทำการ : 07.00 – 21.00 น
วิธีเดินทาง: ขึ้นสาย Kagoshima Main Line ไปยังสถานี JR Yahata จากนั้นขึ้นรถบัส Nishitetsu หมายเลข 56 และลงที่ป้าย Kawachi Elementary School เดินอีก 10-15 นาทีถึงสวนสาธารณะ

15. Nanagawa Shrine

จบทริปฟุกุโอกะ 2023 ด้วยจุดชมดอกวิสทีเรียแต่จุดที่เป็นสะพาน สวยไม่น้อยที่นี่เขาจะมีงาน Nakayama O-fuji Festival ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม พื้นที่จัดงานจะอยู่ที่ศาลเจ้านาคายามะ เป็นเทศกาลที่จัดแสดงดอกวิสทีเรียที่สวยงามมาก แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังนิยมเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อชมความงามของดอกวิสทีเรีย หรือในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวก็สามารถเยี่ยมชมศาลเจ้านาคายามะได้เช่นกัน

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: 300 เยน
เวลาเปิดบริการ : 08.30 – 16.30 น.
วิธีการเดินทาง: เริ่มต้นที่สถานี Nishitetsu Fukuoka (Tenjin) ลงที่สถานี Nishitetsu Yanagawa และขึ้นรถบัสฟรี รับจากสถานี (เฉพาะช่วงเทศกาล)

บทความแนะนำ

nagaway casino

nagaway casino

nagaway casino เป็นหนึ่งในเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ที่เสถียรและน่าเชื่อถือที่สุด สำหรับนักพนันที่ต้องการเล่นเกมสล็อตออนไลน์ ที่มีความเป็นมืออาชีพ

อ่านเพิ่มเติม »
hotwin888

hotwin888

hotwin888 เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับการพนัน อินเตอร์เน็ตคาสิโน ที่ผู้เล่นสามารถเล่นได้ ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็นต้องเดินทาง

อ่านเพิ่มเติม »

เว็บ สล็อต pg99

เว็บ สล็อต pg99 ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมเกมสล็อตออนไลน์ ไม่เพียงแต่เล่นได้สบายเท่านั้น แต่ก็มีลิขสิทธิ์จริง ๆ

อ่านเพิ่มเติม »